ธนาคารวัสดุรีไซเคิล มศว ขอรับบริจาคขวดพลาสติกเปล่า เพื่อนำบรรจุน้ำหมักชีวภาพบำบัดน้ำเสีย (EM) และจะนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ ผู้สนใจสามารถบริจาคขวดพลาสติกได้ที่ศูนย์พัฒนาสภาพกายภาพฯ ทุกวันทำการ เวลา 8.30-16.30 น. สอบถามเพิ่มเติมโทร.02-649-5000 ต่อ 5992
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มศว แสดงบทความทั้งหมด
ขอรับบริจาคขวดพลาสติก เพื่อนำบรรจุน้ำหมักชีวภาพ #thaiflood #bkkflood #bkk24
มศว ทำศูนย์พักพิงต้นแบบ สอนระเบียบวินัยชีวิต
จัดเสื้อผ้าแจกน้ำท่วมเป็นแผนกให้ผู้ประสบภัยเลือกใช้ เน้นบรรยากาศห้างสรรพสินค้า
เตรียมเสนอรมต.ศธ. ทำโครงการฟื้นฟูจิตใจและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ประสบอุทกภัยในศูนย์พักพิง
เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2554 ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญญะลีพรรรณ อธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) พร้อมผู้บริหารอีกหลายท่าน ได้เข้าเยี่ยมศูนย์ผู้อพยพจากอุทกภัย ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์
ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่าขณะนี้มศว องครักษ์เปิดป็นศูนย์พักพิงให้กับผู้ประสบอุทกภัยจำนวน 270คน แต่ละคนอพยพจากศูนย์พักพิงอื่นๆ ที่น้ำเริ่มสูงขึ้น มีจำนวนไม่น้อยที่ย้ายสถานที่พักพิงอื่นๆมาแล้ว 3 -4 ศูนย์ และจากการลงพ้นที่ดูความเรียบร้อยของศูนย์พักพิงที่มศว องครักษ์ นั้นพบว่าทีมงานผู้บริหารเจ้าหน้าที่ อาจารย์ และนิสิตแพทย์ร่วมกันทำงานอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการเข้ามาใช้บริการศูนย์พักพิง ต้องแจ้งชื่อ นามสกุลก่อนจะเข้าพักทุกครั้ง เพราะป้องกันมิชฉาชีพที่จะเข้ามา นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญเรื่องการรักษาพยาบาลแก่ผู้ประสบอุทกภัย มีแพทย์เวรประจำการยังศูนย์พักพิงตลอดเวลา การจัดระบบเข้าพักพิง ณ มศว องครักษ์ นิสิตคณะแพทย์ช่วยวางระบบไว้อย่างดีมาก อีกทั้งนิสิตแพทย์ส่วนใหญ่จะเรียนและพักอยู่ที่องครักษ์อยู่แล้วจึงทำให้มี เวลาในการเป็นอาสาสมัครศูนย์พักพิง มศว ซึ่งในวันที่ 7 พ.ย. 2554 นิสิตแพทย์มศว เปิดเรียน จึงได้จัดวางระบบให้นิสิตคณะอื่นๆ ที่มีจิตอาสาที่ต้องการทำงานป็นอาสาสมัคร โดยจะสอนงานให้ก่อนเข้าเป็นอาสาสมัครจริงอีกด้วย
“จากประสบการณ์การบริหารงานศูนย์พักพิง มศว องครักษ์ ทำให้เรามองเห็นว่า จะขยายแนวคิดศูนย์พักพิงต้นแบบขึ้น เพราะเห็นพัฒนาการของผู้ประสบภัย ตอนนี้การบริหารงานจะใช้หัวหน้าตอนดูจากการเรียงแถวที่นอนให้หัวหน้าตอนดูแล สมาชิกเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย การทำอาหารก็ช่วยกันทำ การจะให้ผู้ประสบภัยนั่ง ๆนอน เขาก็เครียด ให้คนที่มีจิตอาสาเขามาช่วยกันทำกับข้าว ร่วมกันรับผิดชอบภาชนะของตัวเองโดยมศว ได้แจกจาน ชาม ช้อนและแก้วน้ำให้ทุกคน จากนั้นให้ใช้และนำไปล้าง เพราะการใช้ถุงพลาสติกหรือ กล่องโฟมเป็นการสร้างขยะจำนวนมาก เมื่อเปลี่ยนมาใช้ภาชนะของตัวเองขยะลดลง ทั้งนี้เสื้อผ้าที่มีคนนำมาบริจาคเป็นถุงๆ เราก็นำมาพับและทำเป็นร้านเสื้อผ้าขึ้น ผู้ประสบภัยคนใดต้องการเสื้อผ้าก็มาเลือกหยิบได้ ตามความชอบ ดูขนาดดูสีที่ชอบ แต่ใส่แล้วต้องซัก ไม่ใช่เอาไปทิ้ง มศว จัดที่ซักเสื้อผ้าให้ ตลอดถึงเรื่องการกินอาหารในแต่ละมื้อก็จัดเป็นเวลา ผู้ประสบภัยได้มาเรียนรู้เรื่องของระเบียบวินัย วัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันโดยมีมหาวิทยาลัยเป็นผู้วางระบบระเบียบชีวิตให้ มีผู้ประสบภัยจำนวนมากเห็นการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของตัวเอง จากเดิมเข้าแถวไม่เป็น แซงคิวคนอื่นตลอด ชีวิตไม่มีระเบียบวินัย ก็เริ่มมีระเบียบมากขึ้น ทั้งนี้ผมได้ให้นโยบายว่าผู้ประสบภัยจะอยู่กันเฉยๆ ไม่ได้ เมื่อเข้ามาศูนย์พักพิงมศว ต้องมีความรู้กลับไป จึงได้ให้หัวหน้าตอนไปคุยกับสมาชิกประจำแถวว่า อยากเรียนวิชาชีพอะไร มศว จะจัดสอนให้ ตอนนี้เริ่มที่การเรียนภาษาอังกฤษ ประดิษฐ์ดอกไม้ วาดภาพ ซึ่งได้มอบหมายให้คณะมนุษยศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์รับผิดชอบในเรื่องนี้”
ผศ.นพ.เฉลิมชัย กล่าวอีกว่าจากประสบการณ์ของคณะจารย์ เจ้าหน้าที่และนิสิตมศวที่ทำงานด้านการบำบัดจิตใจ ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยในหลายๆ สถานที ๆได้ออกไปให้บริการด้วยจิตอาสา ทำให้มศว คิดโครงการฟื้นฟูจิตใจและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ประสบอุทกภัยในศูนย์พักพิงโดย นำศาสตร์ทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ศิลปะ มนุษยวิทยา จิตวิทยา เข้ามาช่วยผู้ที่ประสบปัญหา ฟื้นฟูและพัฒนาจิตใจให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจะนำโครงการนี้เสนอต่อ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในโครงการนี้ มศว จะทำการอบรม แนะนำวิธีการตลอดถึงมอบอุปกรณ์ต่างๆ ให้แก่เจ้าหน้าที่ศูนย์พักพิงอื่นๆ ด้วยเพื่อให้เขามีความรู้ ทักษะในการใช้ฟื้นฟูจิตใจ พัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ประสบอุทกภัยในศูนย์พักพิงต่างๆ ด้วย ถือเป็นการเตรียมตัวเองเพื่อรับมือต่อปัญหาภัยพิบัติต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไปด้วย
ในส่วนของศูนย์พัฒนาสภาพกายภาพฯ มศว องครักษ์ ผศ. สมชาย ไกรสังข์ รองอธิการบดีฝ่ายเครือข่ายการเรียนรู้กล่าวว่า ในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งตรงกับวันลอยกระทง ประเพณีเก่าแก่ของไทยแต่โบราณจะจัดให้ผู้อพยพได้ผ่อนคลายโดยให้ออกความคิด เกี่ยวกับรูปแบบการเล่นและลอยกระทงร่วมกันซึ่งวัสดุต่างๆ ทางศูนย์พัฒนาสภาพกายภาพฯ จะจัดเตรียมไว้ให้ และงานวันลอยกระทงจะเริ่มตั้งแต่เวลา 16.00-18.00 น. และผศ.นพ. เฉลิมชัย บุญญะลีพรรณ อธิการบดี มศว จะมาร่วมงานและเป็นประธานในพิธีด้วย
มศว ชี้ปรากฏการณ์อุทกภัยแบ่งคนเป็น 7 ประเภท (มาดูกันว่าคุณอยู่ในประเภทไหน)
ดร.จิตรา ดุษฎีเมธา ประธานโครงการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่าผู้คนในสังคมจากเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น ทำให้เห็นปรากฏการณ์ทางสังคมมากมาย โดยเฉพาะผู้คนในสังคมที่มีอยู่หลากหลายและสามารถแบ่งได้เป็น 7 ประเภท และแต่ละประเภทต้องได้รับการเปลี่ยนแปลงตัวเองและต้องแก้ไขตัวเองด้วย มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาสังคมตามมาอีก
1. กลุ่มคนที่เข้าช่วยเหลือ เผื่อแผ่ แป่งปัน แม้ว่าบุคคลที่เขาช่วยจะไม่ใช่ญาติหรือพี่น้อง หรือแม้แต่คนที่เขาไม่ชอบหน้า และแม้ว่าตัวเองจะไม่ประสบกับวิกฤติชะตากรรมนี้ เมื่อเห็นคนอื่นทุกข์ก็จะรีบเข้าไปช่วย ทั้งแรงกาย แรงใจ แรงทรัพย์ อะไรที่สามารถช่วยได้ จะรีบเข้าช่วยเหลือ ด้วยจิตสำนึกมนุษยธรรม วิธีการปรับตัวและแก้ไข บุคคลประเภทนี้ ต้องเตือนตัวเองเรื่องของการทุ่มเทมาเกินไป เพราะการโหมกับบางสิ่งมากเกินไป อาจทำให้ร่างกายทรุด อารมณ์แย่และกลายมาเป็นกลุ่มเหยื่อแทน ท้ายที่สุดต้องการให้คนอื่นมาดูแลตัวเองแทน ต้องปรับตัวเองด้วยการมีการเปลี่ยนผลัดการทำงานเพื่อส่วนรวม ผลัดเวรกัน เปลี่ยนบทบาทการทำงานลงบ้าง
2. กลุ่มคนที่ต้องทำตามหน้าที่ หรือภาระความรับผิดชอบซึ่งต้องทำงานโดยมีภาระหน้าที่และมีจิตใจที่อาสาอยาก จะช่วยเหลือและเห็นความทุกข์ของผู้อื่นก็พร้อมและยินดีเข้าช่วย โดยเก็บเรื่องราวและความทุกข์ของตัวเองไว้ก่อนแต่จะยึดหน้าที่ภาระรับผิดชอบ เป็นหลัก วิธีการปรับตัวและแก้ไขจะต้องให้กลุ่มคนกลุ่มนี้มีเวลาพักพร้อมไปกับหาต้น ทุนชีวิตให้ตัวเอง เพื่อจะได้มีแรงในการทำงานต่อไป เพราะการทำงานนานๆ และเห็นเหตุการณ์ใดๆ นานๆจะทำให้เกิดอาการล้า เหนื่อย และบางคนอาจจะคิดต่อไปว่า หน้าที่ก็ต้องทำ ตัวเองและครอบครัวยังเอาตัวไม่รอด จึงอยากให้กลุ่มคนกลุ่มนี้ได้พัก หาสิ่งที่เติมเต็มให้ตัวเองก่อน เพื่อจะได้มีแรงเติมเต็มในการทำงานต่อไป
3. กลุ่มคนที่ร่วมด้วยช่วยกัน โดยเมื่อเราทุกข์ก็เห็นทุกข์ของคนอื่น จะช่วยกันประคับประคองกันและกัน ช่วยเหลืออะไรได้ก็จะช่วย ทำอะไรก็จะทำ และบุคคลกลุ่มนี้จะคิดว่าไม่ใช่ตัวเองคนเดียวที่ทุกข์คนอื่นก็ทุกข์และประสบ ชะตากรรมเดียวกับเรา เขาจึงมีกำลังใจที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับผู้อื่น วิธีการปรับตัวและแก้ไขต้องกระทำตนให้เป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ หากรู้สึกแย่ก็พร้อมรับกำลังใจ หากพอจะประคับประคองใจได้ ก็ร่วมเป็นกำลังใจให้ผู้อื่น อยากให้บุคคลกลุ่มนี้เติมใจแกร่ง ดูแลตัวเองให้รอด เก็บแรงไว้เพื่อสร้างขึ้นมาใหม่ในวันข้างหน้าเพราะไม่ใช่ตัวเราคนเดียวที่ ได้รับชะตากรรมนี้
4. กลุ่มคนที่เอาตัวเองให้รอด เอาตัวเองให้พ้นคนอื่นเป็นอย่างไรไม่สนใจ แต่ตัวเองต้องไม่เป็นอะไรและเมื่อเขารอดค่อยว่ากันว่าจะทำอย่างไรต่อ กลุ่มคนประเภทนี้ถ้ามีใครเข้ามาช่วยเขาก็จะขอบคุณ แต่ถ้าใครรุกล้ำก็จะเดือดดาล หากตัวเขาเองเป็นอะไรไปหรือต้องประสบชะตากรรม เขาจะไม่ยอมและจะพยายามให้คนอื่นเป็นอย่างเขาด้วย วิธีการปรับตัวและแก้ไข คนกลุ่มนี้ต้องรู้จักคำว่า เรา ให้มากกว่า ฉัน คนกลุ่มนี้ต้องฝึกตั้งสติ ดับอารมณ์การสูญเสียลงบ้าง โดยเฉพาะคำพูดที่อยู่ในตัวตนที่ว่า ทำไมฉันต้องโดนทำไมบ้านฉันต้องโดนน้ำท่วม ทำไมคนอื่นไม่โดน อย่างฉัน ลดการคิดที่จะพูดว่า ฉันต้องได้ ฉันต้องรอด และต้องฝึกเสียสละ ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับผู้อื่นเพื่อจะร่วมกันสร้างสุขร่วมกับผู้อื่นบ้าง
5. กลุ่มคนที่ยังไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น แต่ผวาวิตกกังวลจริต คิดไปต่างๆ นาๆ ในด้านลบด้านร้าย พร้อมยังแตกตื่นหรือตื่นตูมกับทุกเรื่องที่ร้ายๆ ได้ยินได้ฟังข่าวสารต่างๆ จิตเตลิดตลอดเวลา วิธีการปรับตัวและแก้ไขให้เลิกรับรู้เรื่องราวข่าวสารต่างๆ เปลี่ยนเรดาร์สายตา ดูเรื่องดี ฟังเรื่องบวก อื่นๆ บ้าง เ พื่อลดอาการรน แปลงความตระหนกตกใจ เป็นหาอะไรทำเพื่อป้องกัน ให้รู้สึกว่าได้ทำอะไรเพื่อคลายล๊อคความรู้สึกแย่ลง
6. กลุ่มคนที่ยังไม่ได้รับผลกระทบใดๆ แต่ตั้งตัว ตั้งสติ เตรียมตัว เตรียมพร้อมเพื่อรับมืออย่างตื่นตัวแต่ไม่ได้ตื่นกลัว หรือทำให้แตกตื่น และตื่นตระหนก คิดแก้ปัญหาหาทางออกเพื่อรับมือกับสถานการณ์ วิธีการปรับตัวและแก้ไขกลุ่มตื่นตัว ตั้งสติ กลุ่มนี้ ให้เก็บใจ เก็บแรง เก็บกายไว้ เพื่อเป็นตัวแบบ และเป็นหลักให้กับกลุ่มอื่นด้วย มีเวลา พัก ให้กับตนเอง และช่วยเป็นแรงเสริมให้กลุ่มอื่นๆ บ้าง
7. กลุ่มคนที่ไม่พายแต่เอาน้ำราน้ำตลอดเวลา วิพากษ์วิจารณ์คนอื่น เอาแต่พูด เหน็บหาเรื่องตำหนิได้เสมอ พร้อมทำให้สังคมแตกแยก คนกลุ่มนี้จะสนุกกับการทำให้ผู้อื่นตื่นตระหนก ชอบขยายเชื่อมโยงเนื้อหาสาระข้อมูลข่าวสาร แต่ไม่ได้ช่วยทำให้สถานการณ์ต่างๆ ดีขึ้น มีแต่จะนั่งดูและพูดถึงคนอื่นในด้านลบอย่างเดียว วิธีการปรับตัวและแก้ไข ให้พูดน้อย ทำให้มาก เปลี่ยนการเสียดสี มาเป็นจิตอาสา เอาแรงมาปลอบขวัญคนดีกว่า เอามือเขียนสิ่งสร้างสรรค์ ส่งเสริมกำลังใจคนไทยในประเทศกันดีกว่า เพราะตอนนี้ เป็นเวลาช่วยกันมากกว่าจะโทษกัน
ดร.จิตรา กล่าวอีกว่า สำคัญมากในช่วงนี้ สำหรับทุกคน ทุกกลุ่ม คือ กายต้องรอด ต้องไม่เจ็บป่วย ใจต้องแกร่ง คือ จิตไม่ตก เพราะหากไม่มีแรง กาย แรงใจ เราจะไม่สามารถมองไกลไปถึงวันหน้าได้ อยากให้คนไทยทุกคนโดยเฉพาะผู้ที่ต้องประสบกับปัญหาอุทกภัยรู้จักตื่นตัว แทนการตื่นกลัว ตั้งสติให้ได้ แทน สติแตกแล้วมองปัญหาว่าสามารถคลี่คลายได้เสมอ
มศว เตรียมความพร้อม ช่วยเหลือประชาชนย่านองครักษ์
จากการที่ได้เกิดเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ไหลบ่าทะลักในเขตพื้นที่อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นเขตพื้นที่เชื่อมต่อกับที่ตั้งของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) อ.องครักษ์ ในการนี้ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2554 คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดี มศว ได้เดินทางพร้อมด้วยผู้นำชุมชนหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และเจ้าหน้าที่ อบต. ตลอดจนคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย บุคลากรเจ้าหน้าที่และนิสิตจิตอาสา ไปมอบถุงยังชีพกว่าหนึ่งพันถุงแก่ครอบครัวของพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนจากภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งใหญ่ 50 กว่าครอบครัว ทั้ง 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 5 หมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 7 รวมทั้งสิ้นกว่า 1,000 คน ซึ่งล้วนเป็นผู้ประสบอุทกภัยที่อาศัยและประกอบอาชีพทำนาอยู่รอบบริเวณ มศว องครักษ์ เพื่อเป็นขวัญลกำลังใจในการบรรเทาทุกข์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ของชุมชนที่มีความใกล้ชิดกับมหาวิทยาลัยมาโดยตลอด
ในครั้งนั้นอธิการบดี มศว ได้แสดงความห่วงใยต่อความเป็นอยู่ของประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่องครักษ์และมีความประสงค์ที่จะให้ มศว องครักษ์ เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยคาดว่าจะเปิดศูนย์อพยพชั่วคราวขึ้นที่บริเวณอาคารศูนย์กีฬา มศว องครักษ์ และคาดว่าในระยะแรกมหาวิทยาลัยจะสามารถรองรับประชาชนที่เดือดร้อนได้ประมาณ 500 คน รวมถึงการให้บริการความช่วยเหลือในด้านอื่นๆ ที่จะตามมาในภายหลัง เช่น การให้บริการการดูแลรักษาความเจ็บป่วยเล็กๆ น้อย หรือการรักษาเยียวยาโรคที่เกิดจากน้ำท่วมแก่ประชาชนที่จะขอความร่วมมือไปยังศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ของ มศว เป็นต้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2554 อธิการบดี มศว กล่าวว่า “ ขณะนี้ มศว องครักษ์ ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนในองครักษ์ไปเป็นจำนวนมากในเรื่องการรักษาพยาบาล การเยี่ยมบ้าน แจกถุงยังชีพ เป็นต้น ส่วนในเรื่องรับประชาชนมาพักอาศัยเป็นศูนย์บรรเทาทุกข์ ขอชะลอไปก่อนเพื่อให้ทาง มศว ได้เตรียมความพร้อมในการรับเป็นศูนย์บรรเทาทุกข์ที่มีคุณภาพเต็มที่ แต่พร้อมที่จะร่วมมือกับทางรัฐบาลในการดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ต่อไป เมื่อมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป ”